โรคเส้นดำยางพารา

5.1.3

โรคเส้นดำ (Black stripe) เป็นโรคทางลำต้นของยางพาราที่มีความสำคัญ เนื่องจากทำลายหน้ากรีดซึ่งเป็นบริเวณที่เก็บเกี่ยวผลผลิต ถ้าอาการรุนแรงจะไม่สามารถกรีดยางซ้ำบนหน้ากรีดเดิมได้อีก ทำให้ระยะเวลาการให้ผลผลิตสั้นลง โรคนี้แพร่ระบาดในพื้นที่ที่เกิดโรคใบร่วงและฝักเน่าเป็นประจำ
สาเหตุของโรคเส้นดำ
เกิดจากเชื้อรา Phytophthora botryose Chee, P. palmivora (Butl.) Butl.
ลักษณะอาการของโรคเส้นดำ
บริเวณหน้ายางที่ผ่านการกรีดมาแล้ว จะมีลักษณะเป็นรอยช้ำ ต่อมาจะกลายเป็นรอยบุ๋มสีดำหรือสีน้ำตาลดำตามแนวยาวของลำต้น เมื่อเฉือนเปลือกบริเวณรอยบุ๋มสีดำจะเห็นลายเส้นสีดำบนเนื้อไม้ยางพารา และอาจลุกลามลงใต้รอยกรีด ถ้าอาการรุนแรง เปลือกยางพาราบริเวณที่เป็นโรคจะปริเน่า มีน้ำยางไหล เปลือกเน่าหลุดออกมา ถ้าการเข้าทำลายของเชื้อไม่รุนแรง เปลือกยางที่งอกใหม่จะเป็นปุ่มปม
การแพร่ระบาดของโรคเส้นดำ
เชื้อราบนฝักและใบที่เป็นโรคจะถูกชะล้างโดยน้ำฝนลงมาที่หน้ากรีด พบระบาดรุนแรงเมื่อกรีดยางติดต่อกันในฤดูฝนโดยไม่มีการป้องกันรักษาหน้ากรีด โดยเฉพาะเมื่อความชื้นสูงกว่า 90% หน้ากรีดจะเปียกอยู่ตลอดเวลา เหมาะต่อการขยายพันธุ์ของเชื้อ
พืชอาศัยของเชื้อราโรคเส้นดำ
เชื้อรา P. palmivora สามารถเข้าทำลายพืชอื่นได้หลายชนิด เช่น มะละกอ แตงโม ส้ม ทุเรียน พริกไทย โกโก้ มะพร้าว ยาสูบ ส่วนเชื้อรา P. botryose สามารถเข้าทำลายทุเรียน ส้ม และกล้วยไม้ได้
การป้องกันกำจัดโรคเส้นดำ
ไม่ควรปลูกพืชอาศัยของเชื้อราเป็นพืชร่วมยางพาราหรือพืชแซมยางพารา
ควรหลีกเลี่ยงการเปิดกรีดต้นยางพาราในช่วงฤดูฝนชุก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโรคระบาดรุนแรง
ระยะที่สวนยางพารามีโรคใบร่วงระบาด อาจใช้สารเคมีทาป้องกันโรคที่หน้ากรีด เช่น
เมทาแลกซิล(metalaxyl) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น เอพรอน 35% SD โดยใช้ในอัตรา 7-10 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ทาพื้นที่หน้ากรีด หรือทาเหนือรอยกรีด
ฟอสเอทธิล อลูมินัม ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น อาลีเอท 80% WP โดยใช้ในอัตรา 8-10 กรัม
ต่อน้ำ 1 ลิตร ทาหน้ากรีดภายใน 12 ชั่วโมงหลังการกรีดยาง ทุกสัปดาห์
ถ้าพบอาการที่หน้ากรีด ต้องเฉือนส่วนที่เป็นโรคออกก่อนแล้วทาแผลด้วยสารเคมี เช่น
เมทาแลกซิล(metalarxyl) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น เอพรอน 35% SD โดยใช้ในอัตรา 14 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารจับใบ 2 ซีซี พ่นหรือทาหน้ากรีดยาง ทุก 5-7 วัน อย่างน้อย 4 ครั้ง
ฟอสเอทธิล อลูมินัม(fosetyl-Al) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น อาลีเอท 80% WP โดยใช้ในอัตรา 20-25 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารจับใบ 2 ซีซี พ่นหรือทาหน้ากรีดยาง ทุก 5-7 วัน อย่างน้อย 4 ครั้ง
ออกซาไดซิล+แมนโคเชบ(oxodixyl+mancozeb) ที่พบและมีจำหน่ายในชื่อการค้า เช่น แซนโดแฟน-เอ็ม 10+56% WP โดยใช้ในอัตรา 40-60 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารจับใบ 2 ซีซี พ่นหรือทาหน้ากรีดยาง ทุก 5-7 วัน อย่างน้อย 4 ครั้ง