โรคไหม้ข้าว

792_1

โรคไหม (Blast Disease)
สาเหตุ
โรคไหมเกิดจากเชื้อรา Pyricularia oryzae cav ซึ่งสามารถทําลายขาวไดทุกระยะตั้งแตเริ่มปลูก
จนถึงเก็บเกี่ยว โรคไหมจะเกิดขึ้นและแพรระบาดไดรุนแรง ถามีสภาพแวดลอมเหมาะสม คือ
1. ใชพันธุขาวออนแอตอโรค เชน ขาวตาแหง เหนียวอุบล หนียวสันปาตอง กข6 และ กข 23
2. ความชื้นคอนขางสูง ตั้งแต 80% ขึ้นไป โดยเฉพาะในชวงบายถึงเชาวันรุงขึ้น
3. อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ ระหวาง 22-28 องศาเซลเซียส
4. ใชเมล็ดพันธุอัตราสูง เชน 30 กิโลกรัม/ไร ใสปุยอัตราสูง 60-80 กิโลกรัม/ตอไร
ลักษณะอาการ
ระยะกลา ที่ใบมีแผลจุดสีนํ้าตาล ลักษณะคลายรูปตา มีสีเทาอยูตรงกลางแผลมีขนาดแตกตางกัน
ไป ความกวางระหวาง 2-5 มิลลิเมตร และความยาวประมาณ15-20 มิลลิเมตร จุดแผลนี้สามารถ
ขยายลุกลามจนแผลรวมกันทั่วบริเวณใบในกรณีที่โรครุนแรง กลาขาวจะแหง และฟุบตาย อาการคลาย
ถูกไฟไหม (blast)
ระยะแตกกอ อาการของโรคพบไดที่ใบ กาบใบขอตอของใบและขอตอของลําตน ขนาดของแผลจะ
ใหญกวาที่พบในระยะกลาแผลลุกลามติดตอกันได ที่บริเวณขอตอใบจะมีลักษณะแผลชํ้าสีนํ้าตาลดําและใบมักหลุดจากกาบใบเสมอ
ระยะคอรวง ถาขาวเพิ่งจะเริ่มใหรวง เมื่อถูกเชื้อรานี้เขาทําลาย เมล็ดจะลีบหมดแตถาเชื้อราเขา
ทําลายตอนรวงขาวแกใกลเก็บเกี่ยวคอรวงจะปรากฎรอยแผลชํ้าสีนํ้าตาล ทําใหเปราะหักพับงาย รวงขาว
รวงหลนเสียหายมาก
ในปจจุบันในแหลงที่มีการทํานามากกวาปละครั้งจะพบโรคนี้แพรระบาดเปนประจํา โดยเฉพาะใน
แหลงที่ปลูกขาวหนาแนน อับลม ใสปุยสูง และมีสภาพแหงแลงในตอนกลางวัน ชื้นจัดในตอนกลางคืน
ถาตนขาวอยูในระยะเจริญเติบโตและสภาพอากาศมีลมพัดแรงและหนาวจัดเปนเวลาติดตอกัน
หลายวันจําทําใหตนขาวชะงักการเจริญเติบโต ใบจะมวนและเหลือง ตนแคระแกร็น หากขาวอยูในระยะ
ตั้งทองจะผสมไมติด ทําใหเมล็ดลีบ
การปองกันกําจัด
1.ปลูกพันธุขาวตานทานตอโรค เชน กข.7 กข.13 ชัยนาท 1 สุพรรณบุรี 60 สุพรรณบุรี 90
พิษณุโลก60-2 หางยี 71 และเหมยนอง
2. อยางปลูกขาวหนาแนนมากเกินไป และอยาใสปุยไนโตรเจนมากเกินไป
3. ในแหลงที่เคยมีการระบาดควรคลุกหรือแชเมล็ดพันธุขาวดวยสารเคมีกอนปลูก เชน คารเบน
ดาซิม คาซูกาไมซิน ไตรไซคารโซล คารเบนดาซิม + แมนโคเซ็บ โดย
– คลุกเมล็ดพันธุขาวดวยสารเคมีกอนปลูกในอัตราสวน สารเคมีประมาณ 20-30 กรัมตอขาว
1 ถัง (10 กิโลกรัม) คลุกแลวเก็บไวนาน 2-3 สัปดาหจึงนําไปปลูกหรือ
-แชเมล็ดพันธุขาวดวยสารเคมีกอนปลูกในอัตราสวนสารเคมี 10-15 กรัมตอนํ้า 5 ลิตร
โดยแชทิ้งไวประมาณ 24-48 ชั่วโมง จึงนําไปปลูก
4. เกษตรกรควรตรวจแปลงปลูกบอย ๆ เมื่อตนขาวอยูในระยะแตกกอสูงสุด หรือระยะใหรวงเมื่อ
พบโรครุนแรง ควรฉีดพนดวยสารเคมีกําจัดเชื้อรา เชน ไตรโซคารโซล คารเยนดาซิมบีโนมิล+ไธแรม
ไตรโฟรีน ไอบีพี
หมายเหตุ
การใชสารเคมีปองกันและกําจัดศัตรูพืชทุกชนิดควรระมัดระวัง เพราะอาจเกิดอันตรายแกผูใช
ไดหากปฏิบัติไมถูกตอง เกษตรกรที่ตองคําแนะนําในการใชสารเคมีปองกันและกําจัดศัตรูพืชที่ถูกตอง
และปลอดภัย สอบถามรายละเอียดไดที่เกษตรตําบลสํานักงานเกษตรอําเภอ ฝายปองกันและกําจัด
ศัตรูพืช สํานักงานเกษตรจังหวัด สํานักงานสงเสริมการเกษตรภาคในทองที่ของทานไดทุกแหง หรือที่
กองปองกันและกําจัดศัตรูพืช กรมสงเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ